รู้ทันมะเร็ง : ฟอร์มาลีนก่อมะเร็ง

รู้ทันมะเร็ง : ฟอร์มาลีนก่อมะเร็ง : นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

สัปดาห์ก่อนมีข่าวการออกตรวจตลาดสดที่หลายจังหวัดตั้งแต่นครสวรรค์ พิษณุโลก และกรุงเทพมหานคร ตรวจพบว่ามีการปนเปื้อนน้ำยาดองศพหรือสารฟอร์มาลีนในอาหารสดหลายประเภท จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลยสำหรับบ้านเรา เพียงแต่ว่าจะออกมาตีฆ้องร้องป่าวให้สังคมได้รับรู้เมื่อไรเท่านั้นเอง

ฟอร์มัลดีไฮด์และฟอร์มาลีนเป็นสารเคมีตัวเดียวกัน แต่อยู่ในสถานะต่างกัน  ถ้าเป็นของเหลวเรียกว่า ฟอร์มาลีน หรือน้ำยาดองศพที่เราคุ้นเคย แต่ถ้าสถานะเป็นก๊าซก็เรียกว่าฟอร์มัลดีไฮด์ ทั้งสองตัวมีกลิ่นฉุนแสบจมูก ส่วนใหญ่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติก ไม้อัด โฟม การฟอกหนัง สารตัวนี้จัดเป็นวัตถุอันตราย ห้ามใช้ในอาหารโดยเด็ดขาด องค์การวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศจัดให้ฟอร์มัลดีไฮด์เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ตั้งแต่ปี 2549  จากงาน วิจัยในอดีตพบว่าฟอร์มัลดีไฮด์มีความสัมพันธ์กับมะเร็งโพรงจมูก มะเร็งหลังโพรงจมูก มะเร็งสมองและ มะเร็งเม็ดเลือดขาว ปัจจุบันมีหลักฐานจากการวิจัยทางการแพทย์ยืนยันว่าฟอร์มัลดีไฮด์เป็นสาเหตุของ การเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดมัยอีลอยด์อย่างมีนัยสำคัญavi

ในบ้านเราเคยมีข่าวว่าเอาอาหารทะเล ผักผลไม้มาแช่ฟอร์มาลีนเพื่อรักษาสภาพอาหารให้ดูสดใหม่เน่าเสียช้า แต่รอบนี้ตรวจพบมากที่นครสวรรค์ถึงร้อยละ 59 ของตัวอย่างอาหารทั้งหมด ซึ่งอาหารที่ตรวจพบได้แก่ กุ้ง ปลาหมึก หมึกกรอบ ขิงหั่นฝอย กระชายหั่นฝอย เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า เห็ดหอมสด ถั่วฝักยาว สไบนางหรือผ้าขี้ริ้ว นอกจากนั้นอาหารพวกเนื้อสัตว์ต่างๆ หน่อไม้ ยอดมะพร้าว ผักกาดขาว ก็เป็นอาหารที่ชอบถูกนำมาแช่ฟอร์มาลีนด้วยเช่นกัน ที่จริงแล้วมิใช่มีแต่สารฟอร์มาลีนอย่างเดียวที่เป็นสารอันตรายที่ลักลอบใส่ในอาหารสด สารอันตรายอีก 5 ชนิด อันได้แก่ สารบอแรกซ์ สารฟอกขาว ยาฆ่าแมลง สารกันรา และสารเร่งเนื้อแดง ก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพไม่น้อยด้วยเช่นกัน

ฝากถึงผู้บริโภคที่ต้องหาซื้อของสดตามตลาด ก็ต้องหมั่นสังเกต ควรดมที่ใบหรือหักก้านดม ถ้ามีกลิ่นฉุนแสบจมูกก็ไม่ควรซื้อ หรือสังเกตดูผักที่วางขายว่าสดหรือใบงามเกินความเป็นจริง ไม่มีรูพรุนจากการกัดของหนอนหรือแมลงเลย ตั้งขายไว้เป็นวันๆ ก็ยังไม่เหี่ยวก็ไม่ควรเลือกซื้อ เพราะอาจมีสารฟอร์มาลีนหรือยาฆ่าแมลงซึ่งยังไม่หมดฤทธิ์สะสมอยู่ด้วย พวกอาหารสดในห้างค้าปลีกค้าส่งก็ชะล่าใจไม่ได้เช่นกัน คนไทยกระดูกเหล็กอย่างพวกเราก็ต้องหลีกเลี่ยงสารก่อมะเร็งในชีวิตประจำวันพวกนี้ให้ดี ว่าแต่ว่าเมื่อไหร่จะจัดการกวาดล้างให้ถึงต้นตอที่ใส่สารอันตรายพวกนี้อย่างจริงจังเสียที ดีกว่ามาไล่ตรวจตามตลาด ขี่ช้างจับตั๊กแตนแบบที่ทำกันเป็นช่วงๆ แบบนี้นะครับ…เชื่อผมสิรู้ทันมะเร็ง : ฟอร์มาลีนก่อมะเร็ง : นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

สัปดาห์ก่อนมีข่าวการออกตรวจตลาดสดที่หลายจังหวัดตั้งแต่นครสวรรค์ พิษณุโลก และกรุงเทพมหานคร ตรวจพบว่ามีการปนเปื้อนน้ำยาดองศพหรือสารฟอร์มาลีนในอาหารสดหลายประเภท จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลยสำหรับบ้านเรา เพียงแต่ว่าจะออกมาตีฆ้องร้องป่าวให้สังคมได้รับรู้เมื่อไรเท่านั้นเอง

ฟอร์มัลดีไฮด์และฟอร์มาลีนเป็นสารเคมีตัวเดียวกัน แต่อยู่ในสถานะต่างกัน  ถ้าเป็นของเหลวเรียกว่า ฟอร์มาลีน หรือน้ำยาดองศพที่เราคุ้นเคย แต่ถ้าสถานะเป็นก๊าซก็เรียกว่าฟอร์มัลดีไฮด์ ทั้งสองตัวมีกลิ่นฉุนแสบจมูก ส่วนใหญ่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติก ไม้อัด โฟม การฟอกหนัง สารตัวนี้จัดเป็นวัตถุอันตราย ห้ามใช้ในอาหารโดยเด็ดขาด องค์การวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศจัดให้ฟอร์มัลดีไฮด์เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ตั้งแต่ปี 2549  จากงาน วิจัยในอดีตพบว่าฟอร์มัลดีไฮด์มีความสัมพันธ์กับมะเร็งโพรงจมูก มะเร็งหลังโพรงจมูก มะเร็งสมองและ มะเร็งเม็ดเลือดขาว ปัจจุบันมีหลักฐานจากการวิจัยทางการแพทย์ยืนยันว่าฟอร์มัลดีไฮด์เป็นสาเหตุของ การเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดมัยอีลอยด์อย่างมีนัยสำคัญavi

ในบ้านเราเคยมีข่าวว่าเอาอาหารทะเล ผักผลไม้มาแช่ฟอร์มาลีนเพื่อรักษาสภาพอาหารให้ดูสดใหม่เน่าเสียช้า แต่รอบนี้ตรวจพบมากที่นครสวรรค์ถึงร้อยละ 59 ของตัวอย่างอาหารทั้งหมด ซึ่งอาหารที่ตรวจพบได้แก่ กุ้ง ปลาหมึก หมึกกรอบ ขิงหั่นฝอย กระชายหั่นฝอย เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า เห็ดหอมสด ถั่วฝักยาว สไบนางหรือผ้าขี้ริ้ว นอกจากนั้นอาหารพวกเนื้อสัตว์ต่างๆ หน่อไม้ ยอดมะพร้าว ผักกาดขาว ก็เป็นอาหารที่ชอบถูกนำมาแช่ฟอร์มาลีนด้วยเช่นกัน ที่จริงแล้วมิใช่มีแต่สารฟอร์มาลีนอย่างเดียวที่เป็นสารอันตรายที่ลักลอบใส่ในอาหารสด สารอันตรายอีก 5 ชนิด อันได้แก่ สารบอแรกซ์ สารฟอกขาว ยาฆ่าแมลง สารกันรา และสารเร่งเนื้อแดง ก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพไม่น้อยด้วยเช่นกัน

ฝากถึงผู้บริโภคที่ต้องหาซื้อของสดตามตลาด ก็ต้องหมั่นสังเกต ควรดมที่ใบหรือหักก้านดม ถ้ามีกลิ่นฉุนแสบจมูกก็ไม่ควรซื้อ หรือสังเกตดูผักที่วางขายว่าสดหรือใบงามเกินความเป็นจริง ไม่มีรูพรุนจากการกัดของหนอนหรือแมลงเลย ตั้งขายไว้เป็นวันๆ ก็ยังไม่เหี่ยวก็ไม่ควรเลือกซื้อ เพราะอาจมีสารฟอร์มาลีนหรือยาฆ่าแมลงซึ่งยังไม่หมดฤทธิ์สะสมอยู่ด้วย พวกอาหารสดในห้างค้าปลีกค้าส่งก็ชะล่าใจไม่ได้เช่นกัน คนไทยกระดูกเหล็กอย่างพวกเราก็ต้องหลีกเลี่ยงสารก่อมะเร็งในชีวิตประจำวันพวกนี้ให้ดี ว่าแต่ว่าเมื่อไหร่จะจัดการกวาดล้างให้ถึงต้นตอที่ใส่สารอันตรายพวกนี้อย่างจริงจังเสียที ดีกว่ามาไล่ตรวจตามตลาด ขี่ช้างจับตั๊กแตนแบบที่ทำกันเป็นช่วงๆ แบบนี้นะครับ…เชื่อผมสิรู้ทันมะเร็ง : ฟอร์มาลีนก่อมะเร็ง : นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

สัปดาห์ก่อนมีข่าวการออกตรวจตลาดสดที่หลายจังหวัดตั้งแต่นครสวรรค์ พิษณุโลก และกรุงเทพมหานคร ตรวจพบว่ามีการปนเปื้อนน้ำยาดองศพหรือสารฟอร์มาลีนในอาหารสดหลายประเภท จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลยสำหรับบ้านเรา เพียงแต่ว่าจะออกมาตีฆ้องร้องป่าวให้สังคมได้รับรู้เมื่อไรเท่านั้นเอง

ฟอร์มัลดีไฮด์และฟอร์มาลีนเป็นสารเคมีตัวเดียวกัน แต่อยู่ในสถานะต่างกัน  ถ้าเป็นของเหลวเรียกว่า ฟอร์มาลีน หรือน้ำยาดองศพที่เราคุ้นเคย แต่ถ้าสถานะเป็นก๊าซก็เรียกว่าฟอร์มัลดีไฮด์ ทั้งสองตัวมีกลิ่นฉุนแสบจมูก ส่วนใหญ่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติก ไม้อัด โฟม การฟอกหนัง สารตัวนี้จัดเป็นวัตถุอันตราย ห้ามใช้ในอาหารโดยเด็ดขาด องค์การวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศจัดให้ฟอร์มัลดีไฮด์เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ตั้งแต่ปี 2549  จากงาน วิจัยในอดีตพบว่าฟอร์มัลดีไฮด์มีความสัมพันธ์กับมะเร็งโพรงจมูก มะเร็งหลังโพรงจมูก มะเร็งสมองและ มะเร็งเม็ดเลือดขาว ปัจจุบันมีหลักฐานจากการวิจัยทางการแพทย์ยืนยันว่าฟอร์มัลดีไฮด์เป็นสาเหตุของ การเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดมัยอีลอยด์อย่างมีนัยสำคัญavi

ในบ้านเราเคยมีข่าวว่าเอาอาหารทะเล ผักผลไม้มาแช่ฟอร์มาลีนเพื่อรักษาสภาพอาหารให้ดูสดใหม่เน่าเสียช้า แต่รอบนี้ตรวจพบมากที่นครสวรรค์ถึงร้อยละ 59 ของตัวอย่างอาหารทั้งหมด ซึ่งอาหารที่ตรวจพบได้แก่ กุ้ง ปลาหมึก หมึกกรอบ ขิงหั่นฝอย กระชายหั่นฝอย เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า เห็ดหอมสด ถั่วฝักยาว สไบนางหรือผ้าขี้ริ้ว นอกจากนั้นอาหารพวกเนื้อสัตว์ต่างๆ หน่อไม้ ยอดมะพร้าว ผักกาดขาว ก็เป็นอาหารที่ชอบถูกนำมาแช่ฟอร์มาลีนด้วยเช่นกัน ที่จริงแล้วมิใช่มีแต่สารฟอร์มาลีนอย่างเดียวที่เป็นสารอันตรายที่ลักลอบใส่ในอาหารสด สารอันตรายอีก 5 ชนิด อันได้แก่ สารบอแรกซ์ สารฟอกขาว ยาฆ่าแมลง สารกันรา และสารเร่งเนื้อแดง ก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพไม่น้อยด้วยเช่นกัน

ฝากถึงผู้บริโภคที่ต้องหาซื้อของสดตามตลาด ก็ต้องหมั่นสังเกต ควรดมที่ใบหรือหักก้านดม ถ้ามีกลิ่นฉุนแสบจมูกก็ไม่ควรซื้อ หรือสังเกตดูผักที่วางขายว่าสดหรือใบงามเกินความเป็นจริง ไม่มีรูพรุนจากการกัดของหนอนหรือแมลงเลย ตั้งขายไว้เป็นวันๆ ก็ยังไม่เหี่ยวก็ไม่ควรเลือกซื้อ เพราะอาจมีสารฟอร์มาลีนหรือยาฆ่าแมลงซึ่งยังไม่หมดฤทธิ์สะสมอยู่ด้วย พวกอาหารสดในห้างค้าปลีกค้าส่งก็ชะล่าใจไม่ได้เช่นกัน คนไทยกระดูกเหล็กอย่างพวกเราก็ต้องหลีกเลี่ยงสารก่อมะเร็งในชีวิตประจำวันพวกนี้ให้ดี ว่าแต่ว่าเมื่อไหร่จะจัดการกวาดล้างให้ถึงต้นตอที่ใส่สารอันตรายพวกนี้อย่างจริงจังเสียที ดีกว่ามาไล่ตรวจตามตลาด ขี่ช้างจับตั๊กแตนแบบที่ทำกันเป็นช่วงๆ แบบนี้นะครับ…เชื่อผมสิรู้ทันมะเร็ง : ฟอร์มาลีนก่อมะเร็ง : นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

สัปดาห์ก่อนมีข่าวการออกตรวจตลาดสดที่หลายจังหวัดตั้งแต่นครสวรรค์ พิษณุโลก และกรุงเทพมหานคร ตรวจพบว่ามีการปนเปื้อนน้ำยาดองศพหรือสารฟอร์มาลีนในอาหารสดหลายประเภท จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลยสำหรับบ้านเรา เพียงแต่ว่าจะออกมาตีฆ้องร้องป่าวให้สังคมได้รับรู้เมื่อไรเท่านั้นเอง

ฟอร์มัลดีไฮด์และฟอร์มาลีนเป็นสารเคมีตัวเดียวกัน แต่อยู่ในสถานะต่างกัน  ถ้าเป็นของเหลวเรียกว่า ฟอร์มาลีน หรือน้ำยาดองศพที่เราคุ้นเคย แต่ถ้าสถานะเป็นก๊าซก็เรียกว่าฟอร์มัลดีไฮด์ ทั้งสองตัวมีกลิ่นฉุนแสบจมูก ส่วนใหญ่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติก ไม้อัด โฟม การฟอกหนัง สารตัวนี้จัดเป็นวัตถุอันตราย ห้ามใช้ในอาหารโดยเด็ดขาด องค์การวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศจัดให้ฟอร์มัลดีไฮด์เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ตั้งแต่ปี 2549  จากงาน วิจัยในอดีตพบว่าฟอร์มัลดีไฮด์มีความสัมพันธ์กับมะเร็งโพรงจมูก มะเร็งหลังโพรงจมูก มะเร็งสมองและ มะเร็งเม็ดเลือดขาว ปัจจุบันมีหลักฐานจากการวิจัยทางการแพทย์ยืนยันว่าฟอร์มัลดีไฮด์เป็นสาเหตุของ การเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดมัยอีลอยด์อย่างมีนัยสำคัญavi

ในบ้านเราเคยมีข่าวว่าเอาอาหารทะเล ผักผลไม้มาแช่ฟอร์มาลีนเพื่อรักษาสภาพอาหารให้ดูสดใหม่เน่าเสียช้า แต่รอบนี้ตรวจพบมากที่นครสวรรค์ถึงร้อยละ 59 ของตัวอย่างอาหารทั้งหมด ซึ่งอาหารที่ตรวจพบได้แก่ กุ้ง ปลาหมึก หมึกกรอบ ขิงหั่นฝอย กระชายหั่นฝอย เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า เห็ดหอมสด ถั่วฝักยาว สไบนางหรือผ้าขี้ริ้ว นอกจากนั้นอาหารพวกเนื้อสัตว์ต่างๆ หน่อไม้ ยอดมะพร้าว ผักกาดขาว ก็เป็นอาหารที่ชอบถูกนำมาแช่ฟอร์มาลีนด้วยเช่นกัน ที่จริงแล้วมิใช่มีแต่สารฟอร์มาลีนอย่างเดียวที่เป็นสารอันตรายที่ลักลอบใส่ในอาหารสด สารอันตรายอีก 5 ชนิด อันได้แก่ สารบอแรกซ์ สารฟอกขาว ยาฆ่าแมลง สารกันรา และสารเร่งเนื้อแดง ก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพไม่น้อยด้วยเช่นกัน

ฝากถึงผู้บริโภคที่ต้องหาซื้อของสดตามตลาด ก็ต้องหมั่นสังเกต ควรดมที่ใบหรือหักก้านดม ถ้ามีกลิ่นฉุนแสบจมูกก็ไม่ควรซื้อ หรือสังเกตดูผักที่วางขายว่าสดหรือใบงามเกินความเป็นจริง ไม่มีรูพรุนจากการกัดของหนอนหรือแมลงเลย ตั้งขายไว้เป็นวันๆ ก็ยังไม่เหี่ยวก็ไม่ควรเลือกซื้อ เพราะอาจมีสารฟอร์มาลีนหรือยาฆ่าแมลงซึ่งยังไม่หมดฤทธิ์สะสมอยู่ด้วย พวกอาหารสดในห้างค้าปลีกค้าส่งก็ชะล่าใจไม่ได้เช่นกัน คนไทยกระดูกเหล็กอย่างพวกเราก็ต้องหลีกเลี่ยงสารก่อมะเร็งในชีวิตประจำวันพวกนี้ให้ดี ว่าแต่ว่าเมื่อไหร่จะจัดการกวาดล้างให้ถึงต้นตอที่ใส่สารอันตรายพวกนี้อย่างจริงจังเสียที ดีกว่ามาไล่ตรวจตามตลาด ขี่ช้างจับตั๊กแตนแบบที่ทำกันเป็นช่วงๆ แบบนี้นะครับ…เชื่อผมสิรู้ทันมะเร็ง : ฟอร์มาลีนก่อมะเร็ง : นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

สัปดาห์ก่อนมีข่าวการออกตรวจตลาดสดที่หลายจังหวัดตั้งแต่นครสวรรค์ พิษณุโลก และกรุงเทพมหานคร ตรวจพบว่ามีการปนเปื้อนน้ำยาดองศพหรือสารฟอร์มาลีนในอาหารสดหลายประเภท จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลยสำหรับบ้านเรา เพียงแต่ว่าจะออกมาตีฆ้องร้องป่าวให้สังคมได้รับรู้เมื่อไรเท่านั้นเอง

ฟอร์มัลดีไฮด์และฟอร์มาลีนเป็นสารเคมีตัวเดียวกัน แต่อยู่ในสถานะต่างกัน  ถ้าเป็นของเหลวเรียกว่า ฟอร์มาลีน หรือน้ำยาดองศพที่เราคุ้นเคย แต่ถ้าสถานะเป็นก๊าซก็เรียกว่าฟอร์มัลดีไฮด์ ทั้งสองตัวมีกลิ่นฉุนแสบจมูก ส่วนใหญ่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติก ไม้อัด โฟม การฟอกหนัง สารตัวนี้จัดเป็นวัตถุอันตราย ห้ามใช้ในอาหารโดยเด็ดขาด องค์การวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศจัดให้ฟอร์มัลดีไฮด์เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ตั้งแต่ปี 2549  จากงาน วิจัยในอดีตพบว่าฟอร์มัลดีไฮด์มีความสัมพันธ์กับมะเร็งโพรงจมูก มะเร็งหลังโพรงจมูก มะเร็งสมองและ มะเร็งเม็ดเลือดขาว ปัจจุบันมีหลักฐานจากการวิจัยทางการแพทย์ยืนยันว่าฟอร์มัลดีไฮด์เป็นสาเหตุของ การเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดมัยอีลอยด์อย่างมีนัยสำคัญavi

ในบ้านเราเคยมีข่าวว่าเอาอาหารทะเล ผักผลไม้มาแช่ฟอร์มาลีนเพื่อรักษาสภาพอาหารให้ดูสดใหม่เน่าเสียช้า แต่รอบนี้ตรวจพบมากที่นครสวรรค์ถึงร้อยละ 59 ของตัวอย่างอาหารทั้งหมด ซึ่งอาหารที่ตรวจพบได้แก่ กุ้ง ปลาหมึก หมึกกรอบ ขิงหั่นฝอย กระชายหั่นฝอย เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า เห็ดหอมสด ถั่วฝักยาว สไบนางหรือผ้าขี้ริ้ว นอกจากนั้นอาหารพวกเนื้อสัตว์ต่างๆ หน่อไม้ ยอดมะพร้าว ผักกาดขาว ก็เป็นอาหารที่ชอบถูกนำมาแช่ฟอร์มาลีนด้วยเช่นกัน ที่จริงแล้วมิใช่มีแต่สารฟอร์มาลีนอย่างเดียวที่เป็นสารอันตรายที่ลักลอบใส่ในอาหารสด สารอันตรายอีก 5 ชนิด อันได้แก่ สารบอแรกซ์ สารฟอกขาว ยาฆ่าแมลง สารกันรา และสารเร่งเนื้อแดง ก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพไม่น้อยด้วยเช่นกัน

ฝากถึงผู้บริโภคที่ต้องหาซื้อของสดตามตลาด ก็ต้องหมั่นสังเกต ควรดมที่ใบหรือหักก้านดม ถ้ามีกลิ่นฉุนแสบจมูกก็ไม่ควรซื้อ หรือสังเกตดูผักที่วางขายว่าสดหรือใบงามเกินความเป็นจริง ไม่มีรูพรุนจากการกัดของหนอนหรือแมลงเลย ตั้งขายไว้เป็นวันๆ ก็ยังไม่เหี่ยวก็ไม่ควรเลือกซื้อ เพราะอาจมีสารฟอร์มาลีนหรือยาฆ่าแมลงซึ่งยังไม่หมดฤทธิ์สะสมอยู่ด้วย พวกอาหารสดในห้างค้าปลีกค้าส่งก็ชะล่าใจไม่ได้เช่นกัน คนไทยกระดูกเหล็กอย่างพวกเราก็ต้องหลีกเลี่ยงสารก่อมะเร็งในชีวิตประจำวันพวกนี้ให้ดี ว่าแต่ว่าเมื่อไหร่จะจัดการกวาดล้างให้ถึงต้นตอที่ใส่สารอันตรายพวกนี้อย่างจริงจังเสียที ดีกว่ามาไล่ตรวจตามตลาด ขี่ช้างจับตั๊กแตนแบบที่ทำกันเป็นช่วงๆ แบบนี้นะครับ…เชื่อผมสิรู้ทันมะเร็ง : ฟอร์มาลีนก่อมะเร็ง : นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

สัปดาห์ก่อนมีข่าวการออกตรวจตลาดสดที่หลายจังหวัดตั้งแต่นครสวรรค์ พิษณุโลก และกรุงเทพมหานคร ตรวจพบว่ามีการปนเปื้อนน้ำยาดองศพหรือสารฟอร์มาลีนในอาหารสดหลายประเภท จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลยสำหรับบ้านเรา เพียงแต่ว่าจะออกมาตีฆ้องร้องป่าวให้สังคมได้รับรู้เมื่อไรเท่านั้นเอง

ฟอร์มัลดีไฮด์และฟอร์มาลีนเป็นสารเคมีตัวเดียวกัน แต่อยู่ในสถานะต่างกัน  ถ้าเป็นของเหลวเรียกว่า ฟอร์มาลีน หรือน้ำยาดองศพที่เราคุ้นเคย แต่ถ้าสถานะเป็นก๊าซก็เรียกว่าฟอร์มัลดีไฮด์ ทั้งสองตัวมีกลิ่นฉุนแสบจมูก ส่วนใหญ่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติก ไม้อัด โฟม การฟอกหนัง สารตัวนี้จัดเป็นวัตถุอันตราย ห้ามใช้ในอาหารโดยเด็ดขาด องค์การวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศจัดให้ฟอร์มัลดีไฮด์เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ตั้งแต่ปี 2549  จากงาน วิจัยในอดีตพบว่าฟอร์มัลดีไฮด์มีความสัมพันธ์กับมะเร็งโพรงจมูก มะเร็งหลังโพรงจมูก มะเร็งสมองและ มะเร็งเม็ดเลือดขาว ปัจจุบันมีหลักฐานจากการวิจัยทางการแพทย์ยืนยันว่าฟอร์มัลดีไฮด์เป็นสาเหตุของ การเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดมัยอีลอยด์อย่างมีนัยสำคัญavi

ในบ้านเราเคยมีข่าวว่าเอาอาหารทะเล ผักผลไม้มาแช่ฟอร์มาลีนเพื่อรักษาสภาพอาหารให้ดูสดใหม่เน่าเสียช้า แต่รอบนี้ตรวจพบมากที่นครสวรรค์ถึงร้อยละ 59 ของตัวอย่างอาหารทั้งหมด ซึ่งอาหารที่ตรวจพบได้แก่ กุ้ง ปลาหมึก หมึกกรอบ ขิงหั่นฝอย กระชายหั่นฝอย เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า เห็ดหอมสด ถั่วฝักยาว สไบนางหรือผ้าขี้ริ้ว นอกจากนั้นอาหารพวกเนื้อสัตว์ต่างๆ หน่อไม้ ยอดมะพร้าว ผักกาดขาว ก็เป็นอาหารที่ชอบถูกนำมาแช่ฟอร์มาลีนด้วยเช่นกัน ที่จริงแล้วมิใช่มีแต่สารฟอร์มาลีนอย่างเดียวที่เป็นสารอันตรายที่ลักลอบใส่ในอาหารสด สารอันตรายอีก 5 ชนิด อันได้แก่ สารบอแรกซ์ สารฟอกขาว ยาฆ่าแมลง สารกันรา และสารเร่งเนื้อแดง ก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพไม่น้อยด้วยเช่นกัน

ฝากถึงผู้บริโภคที่ต้องหาซื้อของสดตามตลาด ก็ต้องหมั่นสังเกต ควรดมที่ใบหรือหักก้านดม ถ้ามีกลิ่นฉุนแสบจมูกก็ไม่ควรซื้อ หรือสังเกตดูผักที่วางขายว่าสดหรือใบงามเกินความเป็นจริง ไม่มีรูพรุนจากการกัดของหนอนหรือแมลงเลย ตั้งขายไว้เป็นวันๆ ก็ยังไม่เหี่ยวก็ไม่ควรเลือกซื้อ เพราะอาจมีสารฟอร์มาลีนหรือยาฆ่าแมลงซึ่งยังไม่หมดฤทธิ์สะสมอยู่ด้วย พวกอาหารสดในห้างค้าปลีกค้าส่งก็ชะล่าใจไม่ได้เช่นกัน คนไทยกระดูกเหล็กอย่างพวกเราก็ต้องหลีกเลี่ยงสารก่อมะเร็งในชีวิตประจำวันพวกนี้ให้ดี ว่าแต่ว่าเมื่อไหร่จะจัดการกวาดล้างให้ถึงต้นตอที่ใส่สารอันตรายพวกนี้อย่างจริงจังเสียที ดีกว่ามาไล่ตรวจตามตลาด ขี่ช้างจับตั๊กแตนแบบที่ทำกันเป็นช่วงๆ แบบนี้นะครับ…เชื่อผมสิรู้ทันมะเร็ง : ฟอร์มาลีนก่อมะเร็ง : นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

สัปดาห์ก่อนมีข่าวการออกตรวจตลาดสดที่หลายจังหวัดตั้งแต่นครสวรรค์ พิษณุโลก และกรุงเทพมหานคร ตรวจพบว่ามีการปนเปื้อนน้ำยาดองศพหรือสารฟอร์มาลีนในอาหารสดหลายประเภท จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลยสำหรับบ้านเรา เพียงแต่ว่าจะออกมาตีฆ้องร้องป่าวให้สังคมได้รับรู้เมื่อไรเท่านั้นเอง

ฟอร์มัลดีไฮด์และฟอร์มาลีนเป็นสารเคมีตัวเดียวกัน แต่อยู่ในสถานะต่างกัน  ถ้าเป็นของเหลวเรียกว่า ฟอร์มาลีน หรือน้ำยาดองศพที่เราคุ้นเคย แต่ถ้าสถานะเป็นก๊าซก็เรียกว่าฟอร์มัลดีไฮด์ ทั้งสองตัวมีกลิ่นฉุนแสบจมูก ส่วนใหญ่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติก ไม้อัด โฟม การฟอกหนัง สารตัวนี้จัดเป็นวัตถุอันตราย ห้ามใช้ในอาหารโดยเด็ดขาด องค์การวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศจัดให้ฟอร์มัลดีไฮด์เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ตั้งแต่ปี 2549  จากงาน วิจัยในอดีตพบว่าฟอร์มัลดีไฮด์มีความสัมพันธ์กับมะเร็งโพรงจมูก มะเร็งหลังโพรงจมูก มะเร็งสมองและ มะเร็งเม็ดเลือดขาว ปัจจุบันมีหลักฐานจากการวิจัยทางการแพทย์ยืนยันว่าฟอร์มัลดีไฮด์เป็นสาเหตุของ การเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดมัยอีลอยด์อย่างมีนัยสำคัญavi

ในบ้านเราเคยมีข่าวว่าเอาอาหารทะเล ผักผลไม้มาแช่ฟอร์มาลีนเพื่อรักษาสภาพอาหารให้ดูสดใหม่เน่าเสียช้า แต่รอบนี้ตรวจพบมากที่นครสวรรค์ถึงร้อยละ 59 ของตัวอย่างอาหารทั้งหมด ซึ่งอาหารที่ตรวจพบได้แก่ กุ้ง ปลาหมึก หมึกกรอบ ขิงหั่นฝอย กระชายหั่นฝอย เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า เห็ดหอมสด ถั่วฝักยาว สไบนางหรือผ้าขี้ริ้ว นอกจากนั้นอาหารพวกเนื้อสัตว์ต่างๆ หน่อไม้ ยอดมะพร้าว ผักกาดขาว ก็เป็นอาหารที่ชอบถูกนำมาแช่ฟอร์มาลีนด้วยเช่นกัน ที่จริงแล้วมิใช่มีแต่สารฟอร์มาลีนอย่างเดียวที่เป็นสารอันตรายที่ลักลอบใส่ในอาหารสด สารอันตรายอีก 5 ชนิด อันได้แก่ สารบอแรกซ์ สารฟอกขาว ยาฆ่าแมลง สารกันรา และสารเร่งเนื้อแดง ก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพไม่น้อยด้วยเช่นกัน

ฝากถึงผู้บริโภคที่ต้องหาซื้อของสดตามตลาด ก็ต้องหมั่นสังเกต ควรดมที่ใบหรือหักก้านดม ถ้ามีกลิ่นฉุนแสบจมูกก็ไม่ควรซื้อ หรือสังเกตดูผักที่วางขายว่าสดหรือใบงามเกินความเป็นจริง ไม่มีรูพรุนจากการกัดของหนอนหรือแมลงเลย ตั้งขายไว้เป็นวันๆ ก็ยังไม่เหี่ยวก็ไม่ควรเลือกซื้อ เพราะอาจมีสารฟอร์มาลีนหรือยาฆ่าแมลงซึ่งยังไม่หมดฤทธิ์สะสมอยู่ด้วย พวกอาหารสดในห้างค้าปลีกค้าส่งก็ชะล่าใจไม่ได้เช่นกัน คนไทยกระดูกเหล็กอย่างพวกเราก็ต้องหลีกเลี่ยงสารก่อมะเร็งในชีวิตประจำวันพวกนี้ให้ดี ว่าแต่ว่าเมื่อไหร่จะจัดการกวาดล้างให้ถึงต้นตอที่ใส่สารอันตรายพวกนี้อย่างจริงจังเสียที ดีกว่ามาไล่ตรวจตามตลาด ขี่ช้างจับตั๊กแตนแบบที่ทำกันเป็นช่วงๆ แบบนี้นะครับ…เชื่อผมสิรู้ทันมะเร็ง : ฟอร์มาลีนก่อมะเร็ง : นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

สัปดาห์ก่อนมีข่าวการออกตรวจตลาดสดที่หลายจังหวัดตั้งแต่นครสวรรค์ พิษณุโลก และกรุงเทพมหานคร ตรวจพบว่ามีการปนเปื้อนน้ำยาดองศพหรือสารฟอร์มาลีนในอาหารสดหลายประเภท จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลยสำหรับบ้านเรา เพียงแต่ว่าจะออกมาตีฆ้องร้องป่าวให้สังคมได้รับรู้เมื่อไรเท่านั้นเอง

ฟอร์มัลดีไฮด์และฟอร์มาลีนเป็นสารเคมีตัวเดียวกัน แต่อยู่ในสถานะต่างกัน  ถ้าเป็นของเหลวเรียกว่า ฟอร์มาลีน หรือน้ำยาดองศพที่เราคุ้นเคย แต่ถ้าสถานะเป็นก๊าซก็เรียกว่าฟอร์มัลดีไฮด์ ทั้งสองตัวมีกลิ่นฉุนแสบจมูก ส่วนใหญ่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติก ไม้อัด โฟม การฟอกหนัง สารตัวนี้จัดเป็นวัตถุอันตราย ห้ามใช้ในอาหารโดยเด็ดขาด องค์การวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศจัดให้ฟอร์มัลดีไฮด์เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ตั้งแต่ปี 2549  จากงาน วิจัยในอดีตพบว่าฟอร์มัลดีไฮด์มีความสัมพันธ์กับมะเร็งโพรงจมูก มะเร็งหลังโพรงจมูก มะเร็งสมองและ มะเร็งเม็ดเลือดขาว ปัจจุบันมีหลักฐานจากการวิจัยทางการแพทย์ยืนยันว่าฟอร์มัลดีไฮด์เป็นสาเหตุของ การเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดมัยอีลอยด์อย่างมีนัยสำคัญavi

ในบ้านเราเคยมีข่าวว่าเอาอาหารทะเล ผักผลไม้มาแช่ฟอร์มาลีนเพื่อรักษาสภาพอาหารให้ดูสดใหม่เน่าเสียช้า แต่รอบนี้ตรวจพบมากที่นครสวรรค์ถึงร้อยละ 59 ของตัวอย่างอาหารทั้งหมด ซึ่งอาหารที่ตรวจพบได้แก่ กุ้ง ปลาหมึก หมึกกรอบ ขิงหั่นฝอย กระชายหั่นฝอย เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า เห็ดหอมสด ถั่วฝักยาว สไบนางหรือผ้าขี้ริ้ว นอกจากนั้นอาหารพวกเนื้อสัตว์ต่างๆ หน่อไม้ ยอดมะพร้าว ผักกาดขาว ก็เป็นอาหารที่ชอบถูกนำมาแช่ฟอร์มาลีนด้วยเช่นกัน ที่จริงแล้วมิใช่มีแต่สารฟอร์มาลีนอย่างเดียวที่เป็นสารอันตรายที่ลักลอบใส่ในอาหารสด สารอันตรายอีก 5 ชนิด อันได้แก่ สารบอแรกซ์ สารฟอกขาว ยาฆ่าแมลง สารกันรา และสารเร่งเนื้อแดง ก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพไม่น้อยด้วยเช่นกัน

ฝากถึงผู้บริโภคที่ต้องหาซื้อของสดตามตลาด ก็ต้องหมั่นสังเกต ควรดมที่ใบหรือหักก้านดม ถ้ามีกลิ่นฉุนแสบจมูกก็ไม่ควรซื้อ หรือสังเกตดูผักที่วางขายว่าสดหรือใบงามเกินความเป็นจริง ไม่มีรูพรุนจากการกัดของหนอนหรือแมลงเลย ตั้งขายไว้เป็นวันๆ ก็ยังไม่เหี่ยวก็ไม่ควรเลือกซื้อ เพราะอาจมีสารฟอร์มาลีนหรือยาฆ่าแมลงซึ่งยังไม่หมดฤทธิ์สะสมอยู่ด้วย พวกอาหารสดในห้างค้าปลีกค้าส่งก็ชะล่าใจไม่ได้เช่นกัน คนไทยกระดูกเหล็กอย่างพวกเราก็ต้องหลีกเลี่ยงสารก่อมะเร็งในชีวิตประจำวันพวกนี้ให้ดี ว่าแต่ว่าเมื่อไหร่จะจัดการกวาดล้างให้ถึงต้นตอที่ใส่สารอันตรายพวกนี้อย่างจริงจังเสียที ดีกว่ามาไล่ตรวจตามตลาด ขี่ช้างจับตั๊กแตนแบบที่ทำกันเป็นช่วงๆ แบบนี้นะครับ…เชื่อผมสิรู้ทันมะเร็ง : ฟอร์มาลีนก่อมะเร็ง : นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

สัปดาห์ก่อนมีข่าวการออกตรวจตลาดสดที่หลายจังหวัดตั้งแต่นครสวรรค์ พิษณุโลก และกรุงเทพมหานคร ตรวจพบว่ามีการปนเปื้อนน้ำยาดองศพหรือสารฟอร์มาลีนในอาหารสดหลายประเภท จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลยสำหรับบ้านเรา เพียงแต่ว่าจะออกมาตีฆ้องร้องป่าวให้สังคมได้รับรู้เมื่อไรเท่านั้นเอง

ฟอร์มัลดีไฮด์และฟอร์มาลีนเป็นสารเคมีตัวเดียวกัน แต่อยู่ในสถานะต่างกัน  ถ้าเป็นของเหลวเรียกว่า ฟอร์มาลีน หรือน้ำยาดองศพที่เราคุ้นเคย แต่ถ้าสถานะเป็นก๊าซก็เรียกว่าฟอร์มัลดีไฮด์ ทั้งสองตัวมีกลิ่นฉุนแสบจมูก ส่วนใหญ่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติก ไม้อัด โฟม การฟอกหนัง สารตัวนี้จัดเป็นวัตถุอันตราย ห้ามใช้ในอาหารโดยเด็ดขาด องค์การวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศจัดให้ฟอร์มัลดีไฮด์เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ตั้งแต่ปี 2549  จากงาน วิจัยในอดีตพบว่าฟอร์มัลดีไฮด์มีความสัมพันธ์กับมะเร็งโพรงจมูก มะเร็งหลังโพรงจมูก มะเร็งสมองและ มะเร็งเม็ดเลือดขาว ปัจจุบันมีหลักฐานจากการวิจัยทางการแพทย์ยืนยันว่าฟอร์มัลดีไฮด์เป็นสาเหตุของ การเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดมัยอีลอยด์อย่างมีนัยสำคัญavi

ในบ้านเราเคยมีข่าวว่าเอาอาหารทะเล ผักผลไม้มาแช่ฟอร์มาลีนเพื่อรักษาสภาพอาหารให้ดูสดใหม่เน่าเสียช้า แต่รอบนี้ตรวจพบมากที่นครสวรรค์ถึงร้อยละ 59 ของตัวอย่างอาหารทั้งหมด ซึ่งอาหารที่ตรวจพบได้แก่ กุ้ง ปลาหมึก หมึกกรอบ ขิงหั่นฝอย กระชายหั่นฝอย เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า เห็ดหอมสด ถั่วฝักยาว สไบนางหรือผ้าขี้ริ้ว นอกจากนั้นอาหารพวกเนื้อสัตว์ต่างๆ หน่อไม้ ยอดมะพร้าว ผักกาดขาว ก็เป็นอาหารที่ชอบถูกนำมาแช่ฟอร์มาลีนด้วยเช่นกัน ที่จริงแล้วมิใช่มีแต่สารฟอร์มาลีนอย่างเดียวที่เป็นสารอันตรายที่ลักลอบใส่ในอาหารสด สารอันตรายอีก 5 ชนิด อันได้แก่ สารบอแรกซ์ สารฟอกขาว ยาฆ่าแมลง สารกันรา และสารเร่งเนื้อแดง ก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพไม่น้อยด้วยเช่นกัน

ฝากถึงผู้บริโภคที่ต้องหาซื้อของสดตามตลาด ก็ต้องหมั่นสังเกต ควรดมที่ใบหรือหักก้านดม ถ้ามีกลิ่นฉุนแสบจมูกก็ไม่ควรซื้อ หรือสังเกตดูผักที่วางขายว่าสดหรือใบงามเกินความเป็นจริง ไม่มีรูพรุนจากการกัดของหนอนหรือแมลงเลย ตั้งขายไว้เป็นวันๆ ก็ยังไม่เหี่ยวก็ไม่ควรเลือกซื้อ เพราะอาจมีสารฟอร์มาลีนหรือยาฆ่าแมลงซึ่งยังไม่หมดฤทธิ์สะสมอยู่ด้วย พวกอาหารสดในห้างค้าปลีกค้าส่งก็ชะล่าใจไม่ได้เช่นกัน คนไทยกระดูกเหล็กอย่างพวกเราก็ต้องหลีกเลี่ยงสารก่อมะเร็งในชีวิตประจำวันพวกนี้ให้ดี ว่าแต่ว่าเมื่อไหร่จะจัดการกวาดล้างให้ถึงต้นตอที่ใส่สารอันตรายพวกนี้อย่างจริงจังเสียที ดีกว่ามาไล่ตรวจตามตลาด ขี่ช้างจับตั๊กแตนแบบที่ทำกันเป็นช่วงๆ แบบนี้นะครับ…เชื่อผมสิรู้ทันมะเร็ง : ฟอร์มาลีนก่อมะเร็ง : นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

สัปดาห์ก่อนมีข่าวการออกตรวจตลาดสดที่หลายจังหวัดตั้งแต่นครสวรรค์ พิษณุโลก และกรุงเทพมหานคร ตรวจพบว่ามีการปนเปื้อนน้ำยาดองศพหรือสารฟอร์มาลีนในอาหารสดหลายประเภท จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลยสำหรับบ้านเรา เพียงแต่ว่าจะออกมาตีฆ้องร้องป่าวให้สังคมได้รับรู้เมื่อไรเท่านั้นเอง

ฟอร์มัลดีไฮด์และฟอร์มาลีนเป็นสารเคมีตัวเดียวกัน แต่อยู่ในสถานะต่างกัน  ถ้าเป็นของเหลวเรียกว่า ฟอร์มาลีน หรือน้ำยาดองศพที่เราคุ้นเคย แต่ถ้าสถานะเป็นก๊าซก็เรียกว่าฟอร์มัลดีไฮด์ ทั้งสองตัวมีกลิ่นฉุนแสบจมูก ส่วนใหญ่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติก ไม้อัด โฟม การฟอกหนัง สารตัวนี้จัดเป็นวัตถุอันตราย ห้ามใช้ในอาหารโดยเด็ดขาด องค์การวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศจัดให้ฟอร์มัลดีไฮด์เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ตั้งแต่ปี 2549  จากงาน วิจัยในอดีตพบว่าฟอร์มัลดีไฮด์มีความสัมพันธ์กับมะเร็งโพรงจมูก มะเร็งหลังโพรงจมูก มะเร็งสมองและ มะเร็งเม็ดเลือดขาว ปัจจุบันมีหลักฐานจากการวิจัยทางการแพทย์ยืนยันว่าฟอร์มัลดีไฮด์เป็นสาเหตุของ การเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดมัยอีลอยด์อย่างมีนัยสำคัญavi

ในบ้านเราเคยมีข่าวว่าเอาอาหารทะเล ผักผลไม้มาแช่ฟอร์มาลีนเพื่อรักษาสภาพอาหารให้ดูสดใหม่เน่าเสียช้า แต่รอบนี้ตรวจพบมากที่นครสวรรค์ถึงร้อยละ 59 ของตัวอย่างอาหารทั้งหมด ซึ่งอาหารที่ตรวจพบได้แก่ กุ้ง ปลาหมึก หมึกกรอบ ขิงหั่นฝอย กระชายหั่นฝอย เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า เห็ดหอมสด ถั่วฝักยาว สไบนางหรือผ้าขี้ริ้ว นอกจากนั้นอาหารพวกเนื้อสัตว์ต่างๆ หน่อไม้ ยอดมะพร้าว ผักกาดขาว ก็เป็นอาหารที่ชอบถูกนำมาแช่ฟอร์มาลีนด้วยเช่นกัน ที่จริงแล้วมิใช่มีแต่สารฟอร์มาลีนอย่างเดียวที่เป็นสารอันตรายที่ลักลอบใส่ในอาหารสด สารอันตรายอีก 5 ชนิด อันได้แก่ สารบอแรกซ์ สารฟอกขาว ยาฆ่าแมลง สารกันรา และสารเร่งเนื้อแดง ก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพไม่น้อยด้วยเช่นกัน

ฝากถึงผู้บริโภคที่ต้องหาซื้อของสดตามตลาด ก็ต้องหมั่นสังเกต ควรดมที่ใบหรือหักก้านดม ถ้ามีกลิ่นฉุนแสบจมูกก็ไม่ควรซื้อ หรือสังเกตดูผักที่วางขายว่าสดหรือใบงามเกินความเป็นจริง ไม่มีรูพรุนจากการกัดของหนอนหรือแมลงเลย ตั้งขายไว้เป็นวันๆ ก็ยังไม่เหี่ยวก็ไม่ควรเลือกซื้อ เพราะอาจมีสารฟอร์มาลีนหรือยาฆ่าแมลงซึ่งยังไม่หมดฤทธิ์สะสมอยู่ด้วย พวกอาหารสดในห้างค้าปลีกค้าส่งก็ชะล่าใจไม่ได้เช่นกัน คนไทยกระดูกเหล็กอย่างพวกเราก็ต้องหลีกเลี่ยงสารก่อมะเร็งในชีวิตประจำวันพวกนี้ให้ดี ว่าแต่ว่าเมื่อไหร่จะจัดการกวาดล้างให้ถึงต้นตอที่ใส่สารอันตรายพวกนี้อย่างจริงจังเสียที ดีกว่ามาไล่ตรวจตามตลาด ขี่ช้างจับตั๊กแตนแบบที่ทำกันเป็นช่วงๆ แบบนี้นะครับ…เชื่อผมสิรู้ทันมะเร็ง : ฟอร์มาลีนก่อมะเร็ง : นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

สัปดาห์ก่อนมีข่าวการออกตรวจตลาดสดที่หลายจังหวัดตั้งแต่นครสวรรค์ พิษณุโลก และกรุงเทพมหานคร ตรวจพบว่ามีการปนเปื้อนน้ำยาดองศพหรือสารฟอร์มาลีนในอาหารสดหลายประเภท จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลยสำหรับบ้านเรา เพียงแต่ว่าจะออกมาตีฆ้องร้องป่าวให้สังคมได้รับรู้เมื่อไรเท่านั้นเอง

ฟอร์มัลดีไฮด์และฟอร์มาลีนเป็นสารเคมีตัวเดียวกัน แต่อยู่ในสถานะต่างกัน  ถ้าเป็นของเหลวเรียกว่า ฟอร์มาลีน หรือน้ำยาดองศพที่เราคุ้นเคย แต่ถ้าสถานะเป็นก๊าซก็เรียกว่าฟอร์มัลดีไฮด์ ทั้งสองตัวมีกลิ่นฉุนแสบจมูก ส่วนใหญ่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติก ไม้อัด โฟม การฟอกหนัง สารตัวนี้จัดเป็นวัตถุอันตราย ห้ามใช้ในอาหารโดยเด็ดขาด องค์การวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศจัดให้ฟอร์มัลดีไฮด์เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ตั้งแต่ปี 2549  จากงาน วิจัยในอดีตพบว่าฟอร์มัลดีไฮด์มีความสัมพันธ์กับมะเร็งโพรงจมูก มะเร็งหลังโพรงจมูก มะเร็งสมองและ มะเร็งเม็ดเลือดขาว ปัจจุบันมีหลักฐานจากการวิจัยทางการแพทย์ยืนยันว่าฟอร์มัลดีไฮด์เป็นสาเหตุของ การเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดมัยอีลอยด์อย่างมีนัยสำคัญavi

ในบ้านเราเคยมีข่าวว่าเอาอาหารทะเล ผักผลไม้มาแช่ฟอร์มาลีนเพื่อรักษาสภาพอาหารให้ดูสดใหม่เน่าเสียช้า แต่รอบนี้ตรวจพบมากที่นครสวรรค์ถึงร้อยละ 59 ของตัวอย่างอาหารทั้งหมด ซึ่งอาหารที่ตรวจพบได้แก่ กุ้ง ปลาหมึก หมึกกรอบ ขิงหั่นฝอย กระชายหั่นฝอย เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า เห็ดหอมสด ถั่วฝักยาว สไบนางหรือผ้าขี้ริ้ว นอกจากนั้นอาหารพวกเนื้อสัตว์ต่างๆ หน่อไม้ ยอดมะพร้าว ผักกาดขาว ก็เป็นอาหารที่ชอบถูกนำมาแช่ฟอร์มาลีนด้วยเช่นกัน ที่จริงแล้วมิใช่มีแต่สารฟอร์มาลีนอย่างเดียวที่เป็นสารอันตรายที่ลักลอบใส่ในอาหารสด สารอันตรายอีก 5 ชนิด อันได้แก่ สารบอแรกซ์ สารฟอกขาว ยาฆ่าแมลง สารกันรา และสารเร่งเนื้อแดง ก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพไม่น้อยด้วยเช่นกัน

ฝากถึงผู้บริโภคที่ต้องหาซื้อของสดตามตลาด ก็ต้องหมั่นสังเกต ควรดมที่ใบหรือหักก้านดม ถ้ามีกลิ่นฉุนแสบจมูกก็ไม่ควรซื้อ หรือสังเกตดูผักที่วางขายว่าสดหรือใบงามเกินความเป็นจริง ไม่มีรูพรุนจากการกัดของหนอนหรือแมลงเลย ตั้งขายไว้เป็นวันๆ ก็ยังไม่เหี่ยวก็ไม่ควรเลือกซื้อ เพราะอาจมีสารฟอร์มาลีนหรือยาฆ่าแมลงซึ่งยังไม่หมดฤทธิ์สะสมอยู่ด้วย พวกอาหารสดในห้างค้าปลีกค้าส่งก็ชะล่าใจไม่ได้เช่นกัน คนไทยกระดูกเหล็กอย่างพวกเราก็ต้องหลีกเลี่ยงสารก่อมะเร็งในชีวิตประจำวันพวกนี้ให้ดี ว่าแต่ว่าเมื่อไหร่จะจัดการกวาดล้างให้ถึงต้นตอที่ใส่สารอันตรายพวกนี้อย่างจริงจังเสียที ดีกว่ามาไล่ตรวจตามตลาด ขี่ช้างจับตั๊กแตนแบบที่ทำกันเป็นช่วงๆ แบบนี้นะครับ…เชื่อผมสิ